Home / Event / รอง นรม.ฉัตรชัยฯ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก(PIPO)หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวน้อย จ.ประจวบขีรีขันธ์

รอง นรม.ฉัตรชัยฯ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก(PIPO)หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวน้อย จ.ประจวบขีรีขันธ์

 

วันนี้ (2 พ.ค.61) เวลา 09.30 น. พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลอ่าวน้อย ถนนสวนสน ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามแผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์แจ้งเข้า – ออกเรือประมง (PIPO) โดยใช้แนวทางการตรวจแบบบูรณาการข้อมูลการทำประมงจากทุกแหล่ง เช่น เส้นทางการทำประมงที่ได้จากระบบติดตามเรือประมง (VMS) สมุดบันทึกทำการประมง (Logbook) โดยนำมาตรวจสอบร่วมกับข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายได้อย่างตรงตัวผู้กระทำผิด ทั้งนี้บนหลักการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ปฏิบัติผิดกฎหมาย ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ประจวบคีรีขันธ์ มีผลการปฏิบัติงานที่ดีเยี่ยมสามารถเป็นแบบอย่างให้กับ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก อื่นๆได้ นอกจากนั้น รองนายกรัฐมนตรียังได้มอบนโยบายเพิ่มเติมให้ศูนย์ฯ มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวประมง โดยลดการตรวจเอกสารซึ่งซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงาน เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจเรือ และเชื่อมโยงการทำงานเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ชาวประมงที่ปฏิบัติตามกฎหมายได้รับความสะดวกรวดเร็วในการออกทำการประมงมากยิ่งขึ้น รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกสำหรับการทำประมงที่ถูกกฎหมาย ส่วนการประมงที่ผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างเข้มงวด
จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมของเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งดำเนินโครงการนำร่อง ชาวประมงดิจิตัล หรือ Digital Artisanal Fisheries โดยเรือประมงพื้นบ้านในเครือข่ายทุกลำจะติดตั้งอุปกรณ์ติดตามเรือของ Pelagic Data System (PDA) ซึ่งมีลักษณะการทำงานเช่นเดียวกับระบบ VMS ที่ติดตั้งในเรือประมงพาณิชย์ โดยระบบ PDA ของเรือประมงพื้นบ้านจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมการทําการประมง เครื่องมือทําการประมง การละเมิดวัน/ เวลา/เขตกําหนดการทําการประมง ระบุพิกัดของการจับสัตว์นํ้า การขนถ่ายในทะเล (Transshipment) และ อุณหภูมิของการจัดเก็บสัตว์นํ้า ซึ่งนับได้ว่าเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าต่อการทําระบบตรวจสอบ ย้อนกลับแบบดิจิตัล (Digital Traceability) และเมื่อนํามารวมกับการทํากิจกรรมในชุมชนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ทางทะเล การทําประมงแบบยั่งยืน และส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อเฝ้าระวังการทําการประมงผิดกฎหมายในชุมชนประมง ชายฝั่ง ก็จะทําให้ชุมชนประมงพื้นบ้านกลายเป็นชาวประมงดิจิตัล ที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคผ่าน เทคโนโลยีการสื่อสาร (Application) และสื่อออนไลน์ให้ทําการสนับสนุนการทําประมงยั่งยืนโดยการ สนับสนุนสินค้าของชาวประมงที่ทําการประมงอย่างยั่งยืนและมีระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิตัลทําให้ รู้ถึงแหล่งที่มาของอาหารทะเลและพฤติกรรมการทําการประมง

 

สำหรับเครือข่ายประมงพื้นบ้านนี้ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งน้อย อ.กุยบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ เป็นชุมชนที่มีความหลากหลายของขนาดเรือ ชนิดของ เคร่ืองมือทําการประมง และชนิดของสัตว์นํ้า ตลอดจนมีการรวมกลุุ่มเป็นชุมชนชาวประมงที่เข้มแข็ง โดยได้มีการรวมกลุ่มทําการขายสินค้าอาหารทะเลจากการทําการประมงยั่งยืนให้กับผู้บริโภคโดยตรงใช้ชื่อว่า “คนทะเล” โดยมีการกำหนดกฎกติกาชุมชนของการทําประมง (Code of Conduct) จึงนับได้ว่าเป็นชุมชนที่มีความพร้อม รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับชาวประมงพื้นบ้านโดยยินดีให้การสนับสนุนกับกิจกรรมที่ส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน ชุมชนนี้นับเป็นต้นแบบของการยกระดับมาตรฐานการประมงพื้นบ้านโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ราคาถูก แต่ได้รับข้อมูลครบถ้วนในการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำที่จับได้และนำออกสู่ตลาด สร้างความโปร่งใสในการทำประมงของชาวประมงพื้นบ้านทำให้เกิดความมั่นใจในการบริโภค ดังนั้นจึงสั่งการให้กรมประมงใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนประมงท้องถิ่นซึ่งระบุไว้ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลตามมาตรา 25 ของ พรก.ประมง

 

นอกจากนั้น รองนายกรัฐมนตรียังสั่งการเพิ่มเติมให้ ศปมผ. เร่งรัดจัดทำแผนการทำงานร่วมกับชาวประมงพื้นบ้านเพื่อให้เป็นเครือข่ายในการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุมการทำประมงภาดประชาชน เพราะการแก้ไขปัญหาการทำการประมงที่ผิดกฎหมายนั้นภาครัฐไม่สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ซึ่งจากการพบปะกับชาวประมงพื้นบ้านวันนี้ได้รับคำยื่นยันว่าประมงพื้นบ้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงที่ผิดกฎหมายเพื่อนความยั่งยืนมาสู่ท้องทะเลไทย

 

 

ที่มา: http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/11925

Top